
วูล์ฟส์กำลังวิกฤติ แต่ยังไม่เท่ายุคที่ตกชั้น 3 ฤดูกาลติด
เดอะการ์เดียนเผยบทความพิเศษวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เล่าว่า แม้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ฤดูกาล 2025/26 จะยังไม่ชนะเลยหลังผ่าน 11 นัด ปลดกุนซือ วีตอร์ เปเรร่า ไปแล้ว และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งตกชั้นหลังอยู่ในพรีเมียร์ลีกเกือบ 10 ปี แต่สำหรับแฟนรุ่นใหญ่ พวกเขาบอกว่า “เคยแย่กว่านี้มาแล้ว” ในยุค 1980s ที่ทีมตกชั้น 3 ปีรวดจากดิวิชัน 1 ลงไปถึงดิวิชัน 4
บทความชิ้นนั้นใช้คำแรงว่า วูล์ฟส์เคยกลายเป็น “ตัวตลกของมุกตลกทุกวงการ” เพราะทีมทั้งในสนามและนอกสนามพังไปพร้อมกัน
วูล์ฟส์ซีซัน 2025/26 – ยังไม่ชนะหลัง 11 นัด และปลดเปเรร่าไปแล้ว
ในปัจจุบัน สถานการณ์ของวูล์ฟส์ในพรีเมียร์ลีกคือ
-
ลงเล่นไปแล้ว 11 นัด ยัง ไม่ชนะเลยสักเกม
-
ฟอร์มย่ำแย่จนบอร์ดตัดสินใจปลดกุนซือ วีตอร์ เปเรร่า ออกจากตำแหน่ง
-
สื่ออังกฤษมองว่าทีม “มีแนวโน้มตกชั้นสูง” หลังขายผู้เล่นตัวหลักหลายราย แต่ไม่เสริมทัพทดแทนระดับเดียวกัน
เดอะการ์เดียนจึงหยิบอดีตสุดมืดมนในยุค 80s มาเทียบ เพื่อบอกว่า “ตอนนั้นแย่ยิ่งกว่านี้เยอะ” และใช้เป็นบทเรียนว่าการบริหารผิดทิศ สามารถลากสโมสรใหญ่ให้ร่วงลงไปถึงลีกล่างสุดได้จริง
ยุค 80s ที่วูล์ฟส์ตกจากดิวิชัน 1 ถึงดิวิชัน 4 ใน 3 ปี
ย้อนกลับไปช่วงต้นยุค 80s วูล์ฟส์เคยมีโมเมนตัมดีมาก
-
ปี 1980 คว้าแชมป์ลีกคัพ ชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แชมป์ยุโรปในเวลานั้นที่เวมบลีย์
-
แต่เบื้องหลังคือสโมสรทุ่มเงินราว 3 ล้านปอนด์ไปกับการสร้างอัฒจันทร์ John Ireland Stand ทำให้การเงินเข้าสู่ภาวะตึงมืออย่างหนักในช่วงที่จำนวนคนดูตกลง
ผลคือ
-
ปี 1981/82 ทีมตกชั้นจากดิวิชัน 1
-
หนี้สะสมพุ่งขึ้นถึงประมาณ 2.5 ล้านปอนด์ และเคยเกือบล้มละลาย
แม้จะมีกลุ่มทุนใหม่ที่นำโดยตำนานอย่าง Derek Dougan เข้ามาช่วยและพาทีมกลับขึ้นดิวิชัน 1 ได้ในฤดูกาล 1982/83 แต่การไม่ลงทุนเสริมทัพอย่างจริงจัง ทำให้ทีมสู้ระดับบนไม่ไหว และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตกชั้นต่อเนื่อง
ทีมแตก ระบบพัง แฟนบอลบอก “เราเป็นมุกตลกของทุกคน”
ช่วงซีซัน 1983/84 วูล์ฟส์คือภาพจำของทีมที่บริหารผิดทางทุกอย่าง
-
ใช้นักเตะมากถึง 33 คนในฤดูกาลเดียว หลายคนยังเป็นวัยรุ่นจากทีมเยาวชน
-
เปิดฤดูกาลด้วยผลเสมอลิเวอร์พูล 1–1 แบบดูดี แต่หลังจากนั้นฟอร์มก็รูดเร็ว แพ้เละหลายเกม เช่น แพ้ลูตัน 0–4 และโดนฟอเรสต์ถล่ม 5–0
-
ขายสตาร์อย่าง Andy Gray ให้เอฟเวอร์ตันในราคาขาดทุนหนัก (ซื้อ 1.49 ล้าน ขายแค่ 2.5 แสนปอนด์) ยิ่งตอกย้ำวิกฤติทั้งในสนามและการเงิน
บรรยากาศในสนาม Molineux แย่จน
-
แฟนบอลมีไม่ถึง 7,000 คนในบางเกม
-
นักการเมืองท้องถิ่นออกมาบอกว่าทีมและเจ้าของ “ทำให้เมืองกลายเป็นตัวตลกของประเทศ”
-
มีคำพูดประชดจากตำนานสโมสรว่า “ถ้าตัด 5 ประตูที่เราเสียออกไป เกมกับวัตฟอร์ดก็แทบไม่ต่างกันหรอก” หลังแพ้ 0–5 แบบหมดรูป
สุดท้าย วูล์ฟส์ปิดฤดูกาลแบบสุดหดหู่ เล่น 47 นัด ชนะเพียง 6 ยิง 32 เสียถึง 89 ประตู แล้วตกชั้น ก่อนจะตกต่อเนื่องจนลงไปถึงดิวิชัน 4 และแพ้ทีมสมัครเล่นอย่าง Chorley ในเอฟเอคัพปี 1986/87 อีกต่างหาก
สิ่งที่แฟนวูล์ฟส์ยุคนี้ควรเรียนรู้จากอดีต
จากมุมบรรณาธิการข่าวกีฬา บทความย้อนอดีตนี้ของเดอะการ์เดียนส่งสารชัดเจน 3 เรื่อง
-
การขายตัวเก่งโดยไม่เสริมทดแทน คือจุดเริ่มต้นของหายนะ
ทั้งยุค 80s และฤดูกาลปัจจุบัน วูล์ฟส์มีแพทเทิร์นเดียวกันคือ ขายผู้เล่นตัวหลักหลายคน แต่ทดแทนด้วยทีมที่คุณภาพไม่เท่าเดิม ผลคือโครงสร้างทีมหล่นฮวบ และตกอยู่ในโซนอันตรายเร็วมาก -
วิกฤติในสนามมักมาคู่กับปัญหานอกสนาม
ยุค Bhatti brothers ทำให้แฟนรู้สึกว่าสโมสรไม่ได้ถูกบริหารเพื่อฟุตบอลอย่างแท้จริง แผนพัฒนาสนามและพื้นที่รอบๆ ไม่ไปไหน และทีมไม่ได้ลงทุนในตัวผู้เล่นจนแผ่วลงทุกปี -
แฟนบอลยุคใหม่ควรเข้าใจว่า “มันเคยเลวร้ายกว่านี้”
บทความสรุปแบบเจ็บๆ ว่า ถ้าวูล์ฟส์ซีซันนี้ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก มันจะเป็นเรื่องยากแน่นอน แต่สำหรับแฟนยุค 80s เขารู้ดีว่า ยังไม่โหดเท่าช่วงที่ทีมหล่นจากลีกสูงสุดสู่ดิวิชัน 4 ภายในสามปี
มุมมองต่อวูล์ฟส์ 2025/26 ยังพอมีเวลา แต่อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำ
สำหรับฤดูกาลปัจจุบัน UFABET วูล์ฟส์ยังมีเวลาให้กุนซือใหม่และนักเตะพิสูจน์ตัวเอง
-
ฤดูกาลยังไม่ถึงครึ่งทาง
-
ตลาดหน้าหนาวยังเปิดโอกาสเสริมทัพ
-
แฟนบอลยังคงมีภาพจำยุคทองในพรีเมียร์ลีกช่วงก่อนหน้าที่ทีมเล่นบอลสนุกและล้มทีมใหญ่ได้เป็นระยะ
แต่ในเวลาเดียวกัน
-
ถ้าบอร์ดบริหารยังขายผู้เล่นตัวหลักต่อเนื่อง
-
ไม่ลงทุนเสริมทีมในตำแหน่งที่ขาด
-
และปล่อยให้บรรยากาศในสโมสรเป็นลบยาวนาน
วูล์ฟส์อาจกลับไปเจอ “สไลด์ยาว” แบบยุค 80s อีกครั้งได้เช่นกัน
สรุปส่งท้าย
บทความของเดอะการ์เดียนเตือนแฟนวูล์ฟส์ว่า
วันนี้ทีมอาจไร้ชัยในพรีเมียร์ลีกและเสี่ยงตกชั้น แต่สำหรับคนที่เคยผ่านยุคตกชั้น 3 ปีติดมาแล้ว พวกเขารู้ดีว่า “มันเคยแย่กว่านี้อีกเยอะ”