เสริมเยอะจน ลิเวอร์พูล เละ ประโยคนี้อาจฟังเหมือนการตั้งแง่แรงเกินไป แต่พอคุณลงไปคลุกในสนามจริง เห็นบรรยากาศทั้งก่อนเตะ ระหว่างเกม และหลังเกม คุณจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่การวิจารณ์แบบจับผิดเล่นๆ มันคือความจริงที่กำลังกัดกินทีมแบบช้าแต่ลึก และถ้าดูรอบด้านแบบที่นักวิเคราะห์ระดับมืออาชีพทำกัน คุณจะสัมผัสว่าความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้เกิดเพราะฟอร์มตกธรรมดา แต่เกิดเพราะการยกเครื่องทีมครั้งใหญ่ที่มากเกินขนาด จนแกนหลักของทีมไม่รู้จังหวะของกันและกันอีกต่อไป
ผมขอเล่าให้ฟังแบบกันเอง เหมือนกำลังยืนข้างเสาธงในสนามซ้อมเมลวู้ด แล้วชี้จุดให้คุณดูกันทีละชั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในลิเวอร์พูลตอนนี้ ไม่ใช่แค่การปรับตัวกับนักเตะใหม่ แต่มันคือการที่โครงสร้างทีมทั้งระบบถูกดึงขึ้นมาตรวจใหม่ แล้วประกอบกลับเข้าไปแบบที่ยังไม่ลงล็อกแม้แต่จุดเดียว
เสริมเยอะจน ลิเวอร์พูล เละ ปัญหาที่เริ่มจากความหวังดี แต่จบแบบยุ่งเหยิง
ถ้าคุณจำได้ ซีซั่นก่อนอาร์เน่อเข้ามาแล้วคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปีแรก ความสำเร็จแบบนั้นทำให้บอร์ดลิเวอร์พูลยอมเปย์แบบไม่มีกั๊ก ทุ่มเกินสี่ร้อยห้าสิบล้านปอนด์ เพื่อดึงผู้เล่นพรสวรรค์จัดจ้านเข้ามา ทั้งมิลอส เคอร์เคซ อเล็กซานเดอร์ อิซัก ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และอูโก เอกิติเก้
ฟังดูเหมือนของขวัญก้อนโต แต่ปัญหาคือของขวัญเยอะเกินไปก็เหมือนกันกับมีของล้นบ้าน จนไม่รู้จะจัดวางตรงไหน เหมือนกันเป๊ะกับสิ่งที่อาร์เน่อเจอในตอนนี้ เพราะนักเตะใหม่เกือบทั้งหมดต้องการพื้นที่ในสนาม ต้องการบทบาทในทีม และต้องการเวลาเรียนรู้ระบบ แต่พรีเมียร์ลีกไม่เคยให้เวลาขนาดนั้นกับใครทั้งนั้น
ความจริงที่นักข่าวภาคสนามเรามองเห็นชัดคือนักเตะชุดใหม่ยังไม่อาจเชื่อมเกมแบบที่คล็อปป์เคยสร้างไว้ การแยกการยืนตำแหน่งยังตะกุกตะกัก สปีดบอลไม่ไปด้วยกัน และจังหวะสลับพื้นที่ยังเกิดอาการหน่วง เหมือนกันทั้งกลุ่ม
พอรวมเข้ากับความคาดหวังของแฟนบอลที่ต้องการเกมเพรสซิ่งแบบเร้ด แมชีนยุครุ่งเรือง ทีมจึงเหมือนกำลังเล่นแบบฝืนธรรมชาติของตัวเองทุกสัปดาห์
แกะมุมมองเชิงลึกจากเหตุการณ์ล่าสุดในสนามแอนฟิลด์
ในเกมล่าสุดที่เสมอซันเดอร์แลนด์หนึ่งต่อหนึ่ง สถานการณ์ในสนามชัดเจนมากว่าอาร์เน่อยังไม่รู้ว่าต้องเลือกใครเป็นตัวจริงชุดหลัก คุณจะเห็นว่าเขาหมุนทีมแบบเกินความจำเป็นจนเสียจังหวะ
โจ โกเมซถูกดันกลับมาเล่นแบ็กขวา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นหลุดจากตัวจริงมาพักใหญ่ เวียร์ตซ์ยังคงเรียกร่างกายให้เข้ากับความเร็วของลีก อิซักยังไม่ฟิตระดับเต็มสูบ นักเตะหลายคนเล่นแบบยังไม่มั่นใจว่าตัวเองควรเคลื่อนตรงไหนก่อนหลัง เพราะระบบการเล่นที่อาร์เน่อออกแบบใหม่ยังอยู่ในช่วงทดลอง ไม่ใช่ช่วงลงหลักแน่นอน
ผมยืนริมสนามแล้วรู้สึกได้เลยว่าทีมกำลังเสียจังหวะจากการทดลองมากเกินไป คุณคงเคยเห็นทีมที่เปลี่ยนตัวแบบแก้เกม แต่ของลิเวอร์พูลตอนนี้คือการเปลี่ยนแบบลุ้นเอาว่าใครจะเล่นได้ลงตัวในวันนั้นมากกว่า
และมันคือสาเหตุที่ทำให้อดีตกองหน้าอย่างสเตอร์ริดจ์ออกมาพูดหลังเกมว่า ผู้จัดการทีมยังหาตัวจริงสิบเอ็ดคนไม่ได้ เขาพูดตรงและตรงใจของหลายคนที่ดูเกมอยู่เหมือนกัน
เสริมเยอะจน ลิเวอร์พูล เละ ผลลัพธ์ที่ลามไปทั้งระบบ
ผลลัพธ์จากการเสริมหนักจนเกินตัว ไม่ได้กระทบแค่ฟอร์มการเล่นเท่านั้น แต่มันลามไปถึงความมั่นใจของนักเตะ ระบบวิ่งเพรสซิ่ง การสลับพื้นที่แดนกลาง และความไหลลื่นในการออกบอล
พูดแบบเข้าใจง่าย คุณมีเครื่องยนต์ที่เคยเข้าจังหวะกันเป๊ะ พอคุณเปลี่ยนอะไหล่ทีเดียวทั้งเครื่อง มันจะมีช่วงที่ต้องตั้งจังหวะใหม่ แต่ของลิเวอร์พูลตอนนี้คือจังหวะตั้งต้นยังไม่เสร็จ แต่อาร์เน่อดันเร่งเครื่องตั้งแต่ยังไม่ได้อุ่น
ความน่ากังวลตอนนี้คือกำหนดการถัดไปลิเวอร์พูลต้องบุกไปเยือนลีดส์ เจอกับคู่แข่งที่กำลังเข้าฟอร์มหลังถล่มเชลซีสามต่อหนึ่ง ถ้ามุมมองเชิงแท็กติกยังไม่ลงตัว เกมนั้นอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนซีซั่นแบบผิดทางได้เลย
ในระดับลึกกว่านั้น สโมสรยังต้องคำนึงถึงการรักษาอันดับเพื่อ โฟกัสพื้นที่ยุโรป เพราะปีนี้การแข่งขันบี้กันหนักทุกคะแนน การปล่อยฟอร์มหลุดเป็นระยะยาว อันตรายกว่าที่แฟนบอลคิด
เส้นทางที่ต้องรีบแก้ก่อนทุกอย่างสายเกินไป
ผมอยากบอกตรงๆแบบคนดูบอลริมสนามมานานว่า เรื่องนี้แก้ได้ แต่ต้องแก้แบบเลือกก่อนตัดทีละจุด
หนึ่ง อาร์เน่อต้องหยุดการทดลอง ให้ระบบพื้นฐานนิ่งก่อน แล้วค่อยดึงนักเตะใหม่เข้าไปในกรอบแผนที่มั่นคง ไม่ใช่สร้างแผนใหม่จากศูนย์ทุกครั้งที่เปลี่ยนตัว
สอง เขาต้องเลือกให้ชัดเจนว่ากลุ่มแกนหลักคือใคร เพราะทีมฟุตบอลที่ไม่มีแกนหลักชัดเจนจะเสียจังหวะทุกนัด เหมือนเวลาคุณเล่นดนตรีแล้วไม่มีคนคุมจังหวะกลาง ทุกอย่างจะล้นหรือหลุดตลอด
สาม ฝ่ายบริหารต้องสนับสนุนแบบพอดี ไม่ใช่แบบทุ่มสุดตัวจนสร้างแรงกดดันเพิ่ม เพราะตอนนี้แค่การจัดการนักเตะใหม่ก็หนักพอแล้ว ufa800
ย้ำอีกครั้งว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกปีแรกของอาร์เน่อคือเรื่องจริง แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้การันตีว่าปีต่อมาจะเป็นเหมือนกัน ฟุตบอลระดับสูงต้องอาศัยจังหวะ ความนิ่ง และโครงสร้างทีมที่เข้าที่ ซึ่งตอนนี้ลิเวอร์พูลกำลังเสียสามสิ่งนี้พร้อมกัน
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นในสนาม มันไม่ใช่เรื่องดราม่าหรือด่ากันแรงๆ แต่มันคือความจริงที่ทีมใหญ่ต้องเจอเมื่อรีบเปลี่ยนแปลงมากเกินไปในเวลาอันสั้น
ถ้าอาร์เน่อไม่รีบยึดระบบให้แน่น ลิเวอร์พูลอาจหลุดจากเส้นทางที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เปิดฤดูกาลแบบไม่น่าเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ