นิโก้ โอไรลี่ ฟูลแบ็กดาวรุ่ง ที่หลายคนเริ่มจับตามองกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดดเด่นแบบไม่เกรงใจซานติอาโก้ เบร์นาเบว หลังลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ครบ 90 นาทีเต็ม พร้อมยกระดับการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับแบบที่แฟนบอลซิตี้หลายคนบอกว่า นี่แหละคนที่เป๊ปตามหา และพอได้ดูรายละเอียดเชิงลึกทุกจังหวะแล้วจะรู้เลยว่า เด็กคนนี้ไม่ได้ขึ้นมาด้วยดวง แต่ขึ้นมาด้วยคุณภาพจริงๆ จังหวะทักษะ ความกล้า และวิธีอ่านเกมของเขา มันมีความเป็นฟูลแบ็กยุคใหม่เต็มระบบแบบที่ทีมระดับทวีปต้องการ
ฟอร์มแบบไต่ระดับทุกนาทีในเกมสุดกดดัน
ต้องยอมรับว่าการเล่นในเบร์นาเบวสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย เพราะเสียงเชียร์ แรงกดดัน และความเป็นสโมสรระดับตำนาน มันทำให้ใครหลายคนขาแข็งได้ง่ายๆ แต่สำหรับโอไรลี่ เกมนี้เหมือนเขาคลายล็อกตัวเองตั้งแต่ต้น เขามีส่วนกับบอลแนวลึกตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรก ทำให้ซิตี้สามารถขยับเกมขึ้นสูงได้แบบลื่นๆ
เขาจับบอลนิ่งมาก การตัดสินใจเชื่อมเกมริมเส้นและจังหวะสลับเข้าในกลางสนามดูสบายเหมือนซ้อม มีจังหวะที่เขาสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งเป็นการพาบอลเข้าไปในจุดที่มาดริดไม่ชอบเลย คือโซนระหว่างฟูลแบ็กและเซ็นเตอร์ ช่วยเปิดพื้นที่ให้เกมรุกของซิตี้ทำงานได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่เห็นชัดคือความมั่นใจ เขาไม่เพียงแค่รับบอลและจ่ายออก แต่ยังพยายามหาช่องเจาะเพื่อนำเกมรุกไปอีกขั้น ซึ่งเป็น Mindset ที่นักเตะดาวรุ่งส่วนใหญ่มักยังขาด และตรงนี้เองที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายคนในยุโรปฤดูกาลนี้
นิโก้ โอไรลี่ ฟูลแบ็กดาวรุ่ง กับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่เป๊ปมอบให้
ถ้าใครดูซิตี้มานานจะรู้ว่าเป๊ปไม่ค่อยให้เด็กลงแบบเต็มเกมหากไม่น่าไว้ใจ แต่สำหรับโอไรลี่ เขาไม่ได้ถูกเลือกเพราะขาดตัวเลือก แต่ถูกเลือกเพราะเป็นชิ้นส่วนที่เหมาะกับแท็กติกเกมนี้แบบพอดี
โอไรลี่ทำผ่านบอลเข้าเป้า 91 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งหมด 35 ครั้ง และที่น่าสนใจคือ เขาผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย 4 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าเขาไม่ได้ยืนรับเฉยๆ แต่เป็นตัวขับเคลื่อนเกมริมเส้นที่ทำให้มาดริดต้องถอยลง
จังหวะเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งแบบ 100 เปอร์เซ็นต์นั่นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมาดริดมีผู้เล่นที่เข้าปะทะเร็วและแน่น แต่โอไรลี่พาบอลหลุดได้ทุกครั้ง ยิ่งบอกชัดว่าเขาเข้าใจจังหวะกดจอยหนึ่งจังหวะเก็บหนึ่งจังหวะเร่งแบบที่เป๊ปสอนมาเป๊ะ
และต้องพูดถึงประตูที่เขาทำได้ มาจากการเลือกจุดยืนสุดฉลาด เขาไม่ยืนรอ แต่อ่านเกมแล้วเติมเข้าเขตโทษแบบพอดีจังหวะ ทำให้จบสกอร์ได้เนียนๆ
เกมรับแน่นแบบฟูลแบ็กยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เติมเกมรุก
หลายคนชอบมองว่าฟูลแบ็กยุคนี้ต้องเล่นเกมรุกเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่โค้ชทุกคนต้องการคือความสมดุล ซึ่งโอไรลี่ทำได้แบบสบายๆ เขามีส่วนร่วมกับเกมรับถึง 10 ครั้ง เคลียร์บอล 4 ครั้ง บล็อกลูกยิง 3 ครั้ง และสกัดบอลสำเร็จอีก 3 ครั้ง
ที่สำคัญคือเขาทำแบบไม่ลน ไม่เตะเคลียร์แบบขว้างทิ้ง แต่ค่อยๆ เลือกทำให้ทีมกลับไปครองบอลได้ทันที ไม่ปล่อยให้มาดริดมีโอกาสตั้งเกมใหม่ง่ายๆ การอ่านการเคลื่อนที่ของแนวรุกมาดริดก็ดีมาก เหมือนเขารู้สองจังหวะล่วงหน้าว่าคู่แข่งจะเลือกไปทางไหน
นี่แหละสิ่งที่ทำให้เขาคว้าเรตติ้ง 8.09 จาก whoscored ซึ่งถือว่ามากสำหรับฟูลแบ็กวัยเท่านี้
นิโก้ โอไรลี่ ฟูลแบ็กดาวรุ่ง ในมุมมองจากขอบสนาม
ถ้าอยู่ในสนามตอนนั้นจะรู้เลยว่า จังหวะหลายอย่างของโอไรลี่มันเด่นจนแฟนเจ้าบ้านเริ่มหงุดหงิด ใครเลี้ยงผ่านฟูลแบ็กรายนี้ยากมาก เขาทิ้งตัวพอดีจังหวะ จับจังหวะเบรกเกมแบบไม่ฟาวล์เกินจำเป็น
และทุกครั้งที่ซิตี้เดินเกมรุกขึ้นมา โอไรลี่จะกลายเป็นตัวขยายพื้นที่ให้เกมดูหลากหลายขึ้น การซ้อนเพื่อน การเปิดรับบอลไลน์สูง และการหยอดบอลเข้าใน มันมีความเป็นผู้เล่นที่ผ่านเวทีใหญ่ๆ มาหลายปี ทั้งที่จริงๆ แล้วเขายังห่างจากคำว่าประสบการณ์เยอะมาก
มาดริดเองก็รู้ว่าช่องของเขาไม่สามารถโจมตีได้ง่ายๆ ทำให้รูปเกมเอนเอียงไปฝั่งซิตี้อยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นผลการแข่งขันแบบ เรอัล มาดริด 1-2 แมนซิตี้ ที่แฟนบอลพูดถึงทั้งคืน
และหากต้องสรุปสั้นๆ ว่าทำไมเกมนี้เขาถึงโดดเด่น คำตอบง่ายมาก เพราะเขาทำได้ครบทั้งเกมรุก เกมรับ วิ่งไม่มีหยุด อ่านเกมดี และไม่หวั่นบรรยากาศสนามใหญ่
อนาคตที่กำลังเปิดกว้างแบบสุดขีด
ด้วยฟอร์มระดับนี้ มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าโอไรลี่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุโรป เขามีความคิด มีทักษะ มีความนิ่ง และมีสไตล์ที่เข้าภาพฟุตบอลยุคใหม่แบบพอดิบพอดี
ต่อให้เกมนี้จะเป็นเพียงหนึ่งแมตช์ในรอบลีกเฟส UCL แต่ก็เหมือนการประกาศให้โลกรู้ว่า เขาคืออีกหนึ่งชิ้นส่วนที่แมนซิตี้สามารถวางใจได้ในระยะยาว และถ้ารักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป โอกาสขึ้นเป็นตัวจริงถาวรไม่ใช่เรื่องไกลเลย
ท้ายที่สุดเกมนี้ไม่ใช่แค่ชนะ แต่เป็นเกมที่ทำให้ชื่อของโอไรลี่ดังขึ้นกว่าเดิมแบบพุ่งพรวด และนี่คือหนึ่งในฟอร์มที่ทำให้หลายคนเริ่มมองว่า ซิตี้กำลังปั้นผู้เล่นคนใหม่ที่จะเป็นตัวเปลี่ยนสมดุลของยุโรปในอีกไม่กี่ปีแทนรุ่นพี่หลายคนที่เริ่มโรย
และใช่ เกมนี้เขาได้ใจแฟนบอลซิตี้ไปเต็มๆ รวมถึงคนที่ตามเชียร์ ufa007 ด้วย เพราะนี่คือฟูลแบ็กที่เล่นได้เหนือกว่าคำว่าดาวรุ่งไปอีกขั้นอย่างแท้จริง